วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567

แบบฝึกหัด:เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 

                   แบบฝึกหัดเทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย









การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมิน



 

การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินฯ

 ใบงาน  

“บทบาทของครูและผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยและการรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย”

หัวข้อ หน่วยที่ 6: การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

1.ออกแบบการสื่อสารถึงผู้ปกครอง (กำหนดรูปแบบการสื่อสาร-เนื้อหาที่จะสื่อสาร-และจัดทำสื่อ เช่น จดหมาย แผ่นพับ สื่อดิจิทัล ฯลฯ   ในหัวข้อที่กำหนดให้ โดยเลือกทำข้อ 1-6 อย่างน้อย 2 ข้อ คือ

1.) เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์

2.)  เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม

   เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์

โรงเรียนเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรมสารสัมพันธ์รักจากโรงเรียนสู่ครอบครัวในหน่วย วันเด็ก กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นนั้นมีวัตถุประสงค์
             - เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเป็นสำคัญในด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา 
             - เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และเชื่อมความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว
             - เพื่อให้เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลาการ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
             - เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันโรงเรียนและครอบครัว
         ดั้งนั้นความร่วมมือของผู้ปกครองจะเป็นการสนับสนุนให้ลูกเห็นว่าผู้ปกครองและครูมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การเรียนรู้ที่โรงเรียนและที่บ้านสอดคล้องกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน ทางโรงเรียนจึงขอความร่วมมือผู้ปกครองในการพาเด็กทำกิจกรรรม บันทึกข้อมูล และนำกลับมาส่งที่โรงเรียนทุกสัปดาห์ เช่นเดียวกับครูผู้สอนที่จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเมื่ออยู่โรงเรียน กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมระหว่างบ้านกับโรงเรียน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยและสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองได้อย่างดีอีกด้วย


ประชาสัมพันธ์



เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม 




ตัวอย่างสมุดรางงานประจำตัวเด็ก















สรุปบทบาทของตนเอง (ในฐานะครู) และ บทบาทของผู้ปกครองในการทำงานร่วมกันเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย


วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

แบบประเมินBLOG รายบุคคล

 

                               แบบประเมิน BLOG รายบุคคล



ลิ้งค์ประเมิน BLOG รายบุคคล นางสาว อิสริยาภรณ์ รวินท์วัฒน์


ผลการประเมิน การเข้าชมบล็อก ของนางสาวอิสริยาภรณ์ รวินท์วัฒน์
จำนวนผู้เข้าประเมิน 25 คนดังนี้










การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

   แนวทางการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริงมีแนวทางดังต่อไปนี้

1. ใช้เครื่องมือประเมินที่เหมาะสมกับพัฒนาการและธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย กล่าวคือ ครูต้องศึกษาพัฒนาการทุกด้านของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เพื่อกำหนดตัวบ่งชี้ในเครื่องมือการประเมิน การที่ครูรู้พัฒนาการและเข้าใจจุดหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนและเหมาะสมจะทำให้ครูสามารถประเมินพัฒนาการและผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงได้

2. ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินที่เหมาะสมคือ การสังเกตหรือการสนทนากับเด็ก แล้วบันทึกอย่างเป็นระบบ วิธีการบันทึกอาจใช้วิธีการสำรวจรายการ การจดบันทึกพฤติกรรม มาตราส่วนประเมินค่า อาจใช้วิธีการบันทึกวีดิทัศน์ บันทึกเสียง เก็บตัวอย่างงาน หรือใช้แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ทั้งนี้ ครูควรเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือในแต่ละประเภท และเลือกใช้เครื่องการประเมินที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถสะท้อนการเรียนรู้ของเด็กอย่างแท้จริง

3. บูรณาการการสอนกับการประเมิน การประเมินถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์ การประเมินอย่างต่อเนื่องทำให้ครูทราบพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เข้าใจเด็ก และรู้ว่าจะพัฒนาเด็กอย่างไรต่อไป งานที่สำคัญของครูในส่วนนี้ คือ ครูต้องทบทวนว่าจะประเมินพัฒนาการตามรายการใด เลือกใช้เครื่องมือประเมินชนิดใด ประเมินในช่วงเวลาใดในกิจกรรมประจำวันที่จัดขึ้น การวางแผนการประเมินที่เหมาะสมและยืดหยุ่นได้จะช่วยให้ครูสามารถจัดประสบการณ์โดยทำการประเมินควบคู่กันไปได้อย่างราบรื่น

4. เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก ในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ ครูควรบันทึกสิ่งที่เด็กสามารถทำได้ เพื่อเป็นการประเมินความก้าวหน้าของเด็ก ไม่ควรมุ่งสังเกตสิ่งที่เด็กยังไม่สามารถทำได้ การทราบสิ่งที่เด็กทำได้จะช่วยให้ครูสามารถแนะนำ สนับสนุนให้เด็กก้าวไปสู่พัฒนาการในขั้นที่สูงขึ้นได้ การเน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กนี้ถือเป็นการวินิจฉัยและช่วยแก้ปัญหาให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี

5. ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิต ขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมครูควรให้ความสนใจกับกระบวนการในการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ขณะที่เด็กกำลังลงชื่อมาโรงเรียน เมื่อครูสังเกตกระบวนการทำงานของเด็ก จะพบว่าเด็กบางคนใช้วิธีคัดลอกชื่อของตนโดยมองจากชื่อที่ปักที่เสื้อ ทำให้ผลงานการเขียนมีลักษณะกลับหัว บางคนอาจเขียนได้อย่างคล่องแคล่วจากความจำของตนเองโดยที่ผลผลิตมีลักษณะใกล้เคียงกับคนที่เขียนโดยการคัดลอกจากแบบที่ครูเตรียมไว้ หากไม่สังเกตกระบวนการย่อมทำให้ครูไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามครูควรให้ความสนใจและควรตรวจสอบทั้งกระบวนการและผลผลิตควบคู่กันไป

6. ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย ครูจำเป็นต้องประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กจากบริบทที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่ตรงตามสภาพจริงของเด็ก การด่วนสรุปจากบริบทใดบริบทหนึ่งอาจทำให้ไม่ได้ผลการประเมินที่แท้จริง เนื่องจากเด็กอาจจะทำกิจกรรมในบริบทหนึ่งได้ดีกว่าอีกบริบทก็ได้

7. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ครูต้องเฝ้าสังเกตเด็กแต่ละคน เพื่อให้รู้จักเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินเป็นรายบุคคลนอกจากจะทำให้ครูทราบความก้าวหน้าของเด็กแล้ว ยังช่วยให้ครูทราบความสนใจ ทัศนคติ ความคิด ฯลฯ เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการช่วยเหลือสนับสนุนเด็กได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

8. ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง เด็กควรได้รับการกระตุ้นให้คิดไตร่ตรองเพื่อประเมินความก้าวหน้าของตนเอง การที่เด็กมีส่วนร่วมในการติดตามความก้าวหน้าของตนเอง จะช่วยให้เด็กภูมิใจ และเกิดความต้องการที่จะพัฒนาตนเองต่อไป โดยครูอาจนำแฟ้มสะสมงานของเด็กมาใช้ในการให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการประเมินตนเอง

วิธีการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

    การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเป็นการประเมินอย่างไม่เป็นทางการ โดยวิธีการที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ได้แก่

1. เก็บรวบรวมข้อมูล ครูควรวางแผนการเก็บรวบรวมข้อมูลควบคู่กับการจัดประสบการณ์ โดยเป็นการวางแผนล่วงหน้า ทั้งนี้ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยมีดังนี้

       1.1 การสังเกตและบันทึกพฤติกรรมหรือคำพูดของเด็ก ครูควรใช้เวลาในการสังเกตและเฝ้าดูเด็ก เพื่อให้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่น ความต้องการ ความสนใจ และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ทั้งนี้ ครูต้องกำหนดเวลา แนวทางที่ชัดเจน และจดบันทึกไว้เพื่อนำมาใช้ในวิเคราะห์และสรุป

       1.2 การสนทนากับเด็ก ครูสามารถใช้การสนทนากับเด็กได้ทั้งแบบรายบุคคลและเป็นกลุ่มอย่างสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน เพื่อประเมินความสามารถในการแสดงความคิดเห็น พัฒนาการด้านการใช้ภาษา ฯลฯ เช่น เมื่อครูเล่านิทานให้เด็กฟังแล้ว ครูอาจถามคำถามให้เด็กแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง เพื่อให้รู้ความคิดของเด็ก ทั้งนี้ ครูควรจดบันทึกคำพูดของเด็กไว้เพื่อการวิเคราะห์และปรับการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมต่อไป ในกรณีที่ต้องการสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล ครูควรพูดคุยในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ทำให้เด็กเครียดหรือเกิดความวิตกกังวล

      1.3 การเก็บตัวอย่างผลงานที่แสดงความก้าวหน้าของเด็ก เป็นวิธีการที่ครูรวบรวมและจัดระบบตัวอย่างผลงานที่แสดงความก้าวหน้าของเด็กจากชิ้นงานที่เด็กสร้างขึ้นในกิจวัตรประจำวัน ครูควรกำหนดจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการเก็บรวบรวมผลงาน เช่น เก็บตัวอย่างผลงานการตัดกระดาษที่แสดงการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการด้านการตัดกระดาษของเด็กเดือนละ 1 ชิ้นงาน แล้วนำมาจัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น การเก็บสะสมผลงานอย่างต่อเนื่องนี้ ครูต้องประเมินว่าผลงานแต่ละชิ้นแสดงความก้าวหน้าของเด็กอย่างไร ไม่ใช่การนำมาเก็บรวมกันไว้เฉยๆ ครูอาจให้เด็กมีส่วนร่วมในการเลือกและจัดเก็บผลงาน และครูสามารถนำผลงานที่จัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบมาใช้ในการสื่อสารกับผู้ปกครองให้รับทราบเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็กด้วย

2. วิเคราะห์และจัดทำบันทึกข้อมูลของเด็ก ครูควรนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาวิเคราะห์ และจัดทำบันทึกข้อมูลของเด็ก ทั้งในลักษณะของบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคล และบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียน ดังนี้

       2.1 บันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคล การทำบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคลจะช่วยให้ครูรู้จักความสามารถที่แท้จริงของเด็ก ทำให้ครูติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยให้ครูประเมินเด็กอย่างครอบคลุมทุกรายการประเมิน ครูที่ทำบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะสามารถช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็ก หรือให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม


       2.2 บันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียน การทำบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียนช่วยให้ครูรู้ว่าเด็กในห้องเรียนที่รับผิดชอบมีความสามารถหรือมีพัฒนาการในแต่ละด้านเป็นอย่างไร ส่งผลให้ครูสามารถออกแบบการจัดประสบการณ์ได้เหมาะสมกับเด็กในชั้นเรียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของเด็กทั้งชั้นเรียน การสรุปเช่นนี้ควรทำเป็นระยะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม


ที่มา: นฤมล เนียมหอม . (2566 ).การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย, สืบค้นเมื่อ วันที่13 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2566. 

กรณีศึกษา



วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ 2567 

ชื่อ – นามสกุลนักเรียน เด็กชายณัฐชา ไชยหาญ

 ชั้น อนุบาลปีที่ 2/4 ชื่อผู้ปกครอง นาย จิรยุทธ ไชยหาญ มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น บิดา 

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 093-2872538 Line……-………..Facebook…....-………… 

ชื่อ บิดา นาย จิรยุทธ ไชยหาญ 

ชื่อ มารดา นางสาวสุวรรณา อุค า ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 082-5895331 Line……...-………..Facebook………-.…………

1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต) -ตั้งอยู่ติดถนนลาดยาง บริเวณหน้าปากซอย ลักษณะบ้านเป็นปูนบ้านสองชั้น เป็นบ้านเช่า สองหลัง และห้องเช่าอีกสองห้อง 

 2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต) -ภายในบ้านมีความกว้างพอประมาณ มีเสื้อผ้าชุดราตรีที่ผู้ปกครองรับตัดชุด มีอุปกรณ์การ เย็บตัด เสื้อผ้า 

3. บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) ท่าทีของผู้ปกครองขณะไปเยี่ยมบ้านเด็ก ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับนักศึกษาเป็น อย่างมากในการให้น้องร่วมกับนักศึกษา และผุ้ปกครองยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับนักศึกษา บรรยากาศโดยรวม เป็นกันเองและมีความอบอุ่นมาก 

4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) -ดูแลเอาใจใส่ เข้าใจลูก ใช้ค าพูดที่อ่อนหวาน ดูอบอุ่น คอยให้ค าแนะนำ ให้ความรัก ความ ห่วงใย และใส่ใจในตัวของน้องไบร์ทเป็นอย่างมาก 

5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) -รู้สึกดีต่อโรงเรียน ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านต่างๆ ทางโรงเรียนส่งเสริมสนับสนุน ในการใช้สื่อการสอนที่มีความหลากหลายดูได้จากผลงานของน้องไบร์ท จ านวนครูในการดูแลเด็กก็เพียงพอ 

6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่านหนังสือ (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน) -มีความรับผิดชอบในการท าการบ้าน -ช่วยท างานบ้าน เช่น กวาดบ้าน ท างานบ้านช่วยผู้ปกครอง 

7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและ นักเรียน) -ลักษณะเพื่อนบ้านของน้องไบร์ทมีเด็กที่มีอายุน้อยกว่า อยู่ห่างกันไม่มากนัก ไปเล่นบ้าน เพื่อนบ้างเพื่อนมาเล่นบ้านน้องไบร์ทบ้างสลับกันไป และมีน้องสตังที่ไปเล่นด้วยกันที่บ้านบ้าง

 8. บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) -ครอบครัวแยกย้ายกัน ตอนนี้น้องอาศัยอยู่กับย่า มีการพูดคุยกันมากขึ้น ทุกคนภายใน บ้านรักเอ็นดูห่วงใยน้องซีเกมรวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนน้องไบร์ทในทุกๆด้าน 

 9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้ค าปรึกษาร่วมด้วย) -หากิจกรรมที่เด็กชอบและถนัดมาให้ผู้ปกครองได้ทำร่วมกับตัวเด็ก คอยให้คำแนะนำและคอยส่งเสริมเด็ก ในกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติ



วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

ทะเบียนคุมชิ้นงาน 

นางสาวอิสริยาภรณ์ รวินท์วัฒน์ รหัสนักศึกษา 64121860233
คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ชั้นปีที่3




คำชี้แจง

บันทึกรายการชิ้นงานที่ทำส่งทุกชิ้นในกรณีที่เจ้าของแฟ้มต้องการปรับปรุงผลงานให้บันทึกรายละเอียดของการปรับปรุงแก้ไขงานทุกชิ้นต้องผ่านการแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน

วันที่/เดือน /พ.ศ.

รายการส่งงาน

การปรับปรุง/ผลงานที่ชอบ

มกราคม 67

ชิ้นงานที่1 Portfolio

  ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ออกเเบบที่เป็นสไตล์ที่ตนเองชื่นชอบและได้เล่าประวัติให้เพื่อนฟัง

มกราคม 67

ชิ้นงานที่ 2  ดอกไม้ในใจฉัน

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้นำเสนอดอกไม้ที่ชื่นชอบของตนเองให้เพื่อนๆได้ร่วมเเลกเปลี่ยนรู้ด้วยกัน

มกราคม 67

ชิ้นงานที่  3 เด้กน้อยในใจฉัน

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้เลือกเด็กที่เป็นห่วงจากการลงสังเกตการสอนและได้นึกคิดถึงเด็ก

29 มกราคม 67

ชิ้นงานที่ 4 เรียนออนไลน์

 

กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  5 แบบฝึกคิด

 ชอบชิ้นงานนี้ เพราะได้เเสดงความคิดเห็นของตนเอง

กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่ 6 สรุปการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาของเด็กปฐมวัยทั้ง  11 กลุ่ม

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้สะท้อนคิดความรู้ที่ได้รับและเข้าร่วมกิจกรรมของเพื่อนๆ

11 กุภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  7 แบบฝึกหัด : เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ฝึกประเมินเด็กๆ

11 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  8 สรุปเทคนิคการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 

11 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  9 กลุ่มที่ 6 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม : การเล่นของเด็กปฐมวัย

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ทำงานกันเป็นทีม ช่วยกันแก้ปัญหาทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

11 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่  10 การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะได้ออกแบบชิ้นงานการเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมและออกแบบการแจ้งเนื้อหาผู้ปกครอง 

12 กุมภาพันธ์  67

ชิ้นงานที่ 11 เด็กกรณีศึกษา

ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ศึกษาและร่วมมือกันกับครูพี่เลี้ยง 

 

กลุ่ม6 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม:การเล่นของเด็กปฐมวัย

 

กลุ่มที่6 การประเมินพัฒนาทางด้านสังคม:การเล่นของเด็กปฐมวัย



กลุ่มที่6 การประเมินพัฒนาทางด้านสังคม:การเล่นของเด็กปฐมวัย

https://drive.google.com/drive/folders/1X60vGwHf1aUwfN6UCbyC_A7_VQTYcZQ4














แบบฝึกหัด:เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย

                     แบบฝึกหัดเทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย