BLOG64_233นางสาวอิสริยาภรณ์ รวินท์วัฒน์
หน้าเว็บ
- หน้าแรก
- ทะเบียนคุมชิ้นงาน
- หน้าแรก
- แบบฝึกคิด
- Profile ปก (ข้อมูลส่วนตัว)
- สรุปเทคนิคเทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
- เรียนออนไลน์ครั้งที่1
- ดอกไม้ในใจฉัน
- เด็กน้อยในใจฉัน
- สรุปการนำเสนอกลุ่ม1-12
- สรุปการนำเสนอกลุ่มที่6
- แบบประเมินBLOG
- การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมิน
- กรณีศึกษา
- แบบฝึกหัด เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย
- ใบงานกลุ่มที่6
- การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567
การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมิน
การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินฯ
ใบงาน
“บทบาทของครูและผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยและการรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย”
หัวข้อ หน่วยที่ 6: การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
1.ออกแบบการสื่อสารถึงผู้ปกครอง (กำหนดรูปแบบการสื่อสาร-เนื้อหาที่จะสื่อสาร-และจัดทำสื่อ เช่น จดหมาย แผ่นพับ สื่อดิจิทัล ฯลฯ ในหัวข้อที่กำหนดให้ โดยเลือกทำข้อ 1-6 อย่างน้อย 2 ข้อ คือ
1.) เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์
2.) เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม
เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์
วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
แบบประเมินBLOG รายบุคคล
แบบประเมิน BLOG รายบุคคล
ลิ้งค์ประเมิน BLOG รายบุคคล นางสาว อิสริยาภรณ์ รวินท์วัฒน์
ผลการประเมิน การเข้าชมบล็อก ของนางสาวอิสริยาภรณ์ รวินท์วัฒน์
จำนวนผู้เข้าประเมิน 25 คนดังนี้
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
แนวทางการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริงมีแนวทางดังต่อไปนี้
1. ใช้เครื่องมือประเมินที่เหมาะสมกับพัฒนาการและธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย กล่าวคือ ครูต้องศึกษาพัฒนาการทุกด้านของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เพื่อกำหนดตัวบ่งชี้ในเครื่องมือการประเมิน การที่ครูรู้พัฒนาการและเข้าใจจุดหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนและเหมาะสมจะทำให้ครูสามารถประเมินพัฒนาการและผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงได้
2. ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินที่เหมาะสมคือ การสังเกตหรือการสนทนากับเด็ก แล้วบันทึกอย่างเป็นระบบ วิธีการบันทึกอาจใช้วิธีการสำรวจรายการ การจดบันทึกพฤติกรรม มาตราส่วนประเมินค่า อาจใช้วิธีการบันทึกวีดิทัศน์ บันทึกเสียง เก็บตัวอย่างงาน หรือใช้แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ทั้งนี้ ครูควรเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือในแต่ละประเภท และเลือกใช้เครื่องการประเมินที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถสะท้อนการเรียนรู้ของเด็กอย่างแท้จริง
3. บูรณาการการสอนกับการประเมิน การประเมินถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์ การประเมินอย่างต่อเนื่องทำให้ครูทราบพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เข้าใจเด็ก และรู้ว่าจะพัฒนาเด็กอย่างไรต่อไป งานที่สำคัญของครูในส่วนนี้ คือ ครูต้องทบทวนว่าจะประเมินพัฒนาการตามรายการใด เลือกใช้เครื่องมือประเมินชนิดใด ประเมินในช่วงเวลาใดในกิจกรรมประจำวันที่จัดขึ้น การวางแผนการประเมินที่เหมาะสมและยืดหยุ่นได้จะช่วยให้ครูสามารถจัดประสบการณ์โดยทำการประเมินควบคู่กันไปได้อย่างราบรื่น
4. เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก ในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ ครูควรบันทึกสิ่งที่เด็กสามารถทำได้ เพื่อเป็นการประเมินความก้าวหน้าของเด็ก ไม่ควรมุ่งสังเกตสิ่งที่เด็กยังไม่สามารถทำได้ การทราบสิ่งที่เด็กทำได้จะช่วยให้ครูสามารถแนะนำ สนับสนุนให้เด็กก้าวไปสู่พัฒนาการในขั้นที่สูงขึ้นได้ การเน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กนี้ถือเป็นการวินิจฉัยและช่วยแก้ปัญหาให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี
5. ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิต ขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมครูควรให้ความสนใจกับกระบวนการในการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ขณะที่เด็กกำลังลงชื่อมาโรงเรียน เมื่อครูสังเกตกระบวนการทำงานของเด็ก จะพบว่าเด็กบางคนใช้วิธีคัดลอกชื่อของตนโดยมองจากชื่อที่ปักที่เสื้อ ทำให้ผลงานการเขียนมีลักษณะกลับหัว บางคนอาจเขียนได้อย่างคล่องแคล่วจากความจำของตนเองโดยที่ผลผลิตมีลักษณะใกล้เคียงกับคนที่เขียนโดยการคัดลอกจากแบบที่ครูเตรียมไว้ หากไม่สังเกตกระบวนการย่อมทำให้ครูไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามครูควรให้ความสนใจและควรตรวจสอบทั้งกระบวนการและผลผลิตควบคู่กันไป
6. ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย ครูจำเป็นต้องประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กจากบริบทที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่ตรงตามสภาพจริงของเด็ก การด่วนสรุปจากบริบทใดบริบทหนึ่งอาจทำให้ไม่ได้ผลการประเมินที่แท้จริง เนื่องจากเด็กอาจจะทำกิจกรรมในบริบทหนึ่งได้ดีกว่าอีกบริบทก็ได้
7. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ครูต้องเฝ้าสังเกตเด็กแต่ละคน เพื่อให้รู้จักเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินเป็นรายบุคคลนอกจากจะทำให้ครูทราบความก้าวหน้าของเด็กแล้ว ยังช่วยให้ครูทราบความสนใจ ทัศนคติ ความคิด ฯลฯ เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการช่วยเหลือสนับสนุนเด็กได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
8. ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง เด็กควรได้รับการกระตุ้นให้คิดไตร่ตรองเพื่อประเมินความก้าวหน้าของตนเอง การที่เด็กมีส่วนร่วมในการติดตามความก้าวหน้าของตนเอง จะช่วยให้เด็กภูมิใจ และเกิดความต้องการที่จะพัฒนาตนเองต่อไป โดยครูอาจนำแฟ้มสะสมงานของเด็กมาใช้ในการให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการประเมินตนเอง
วิธีการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเป็นการประเมินอย่างไม่เป็นทางการ โดยวิธีการที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ได้แก่
1. เก็บรวบรวมข้อมูล ครูควรวางแผนการเก็บรวบรวมข้อมูลควบคู่กับการจัดประสบการณ์ โดยเป็นการวางแผนล่วงหน้า ทั้งนี้ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยมีดังนี้
1.1 การสังเกตและบันทึกพฤติกรรมหรือคำพูดของเด็ก ครูควรใช้เวลาในการสังเกตและเฝ้าดูเด็ก เพื่อให้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่น ความต้องการ ความสนใจ และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ทั้งนี้ ครูต้องกำหนดเวลา แนวทางที่ชัดเจน และจดบันทึกไว้เพื่อนำมาใช้ในวิเคราะห์และสรุป
1.2 การสนทนากับเด็ก ครูสามารถใช้การสนทนากับเด็กได้ทั้งแบบรายบุคคลและเป็นกลุ่มอย่างสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน เพื่อประเมินความสามารถในการแสดงความคิดเห็น พัฒนาการด้านการใช้ภาษา ฯลฯ เช่น เมื่อครูเล่านิทานให้เด็กฟังแล้ว ครูอาจถามคำถามให้เด็กแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง เพื่อให้รู้ความคิดของเด็ก ทั้งนี้ ครูควรจดบันทึกคำพูดของเด็กไว้เพื่อการวิเคราะห์และปรับการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมต่อไป ในกรณีที่ต้องการสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล ครูควรพูดคุยในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ทำให้เด็กเครียดหรือเกิดความวิตกกังวล
1.3 การเก็บตัวอย่างผลงานที่แสดงความก้าวหน้าของเด็ก เป็นวิธีการที่ครูรวบรวมและจัดระบบตัวอย่างผลงานที่แสดงความก้าวหน้าของเด็กจากชิ้นงานที่เด็กสร้างขึ้นในกิจวัตรประจำวัน ครูควรกำหนดจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการเก็บรวบรวมผลงาน เช่น เก็บตัวอย่างผลงานการตัดกระดาษที่แสดงการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการด้านการตัดกระดาษของเด็กเดือนละ 1 ชิ้นงาน แล้วนำมาจัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น การเก็บสะสมผลงานอย่างต่อเนื่องนี้ ครูต้องประเมินว่าผลงานแต่ละชิ้นแสดงความก้าวหน้าของเด็กอย่างไร ไม่ใช่การนำมาเก็บรวมกันไว้เฉยๆ ครูอาจให้เด็กมีส่วนร่วมในการเลือกและจัดเก็บผลงาน และครูสามารถนำผลงานที่จัดรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบมาใช้ในการสื่อสารกับผู้ปกครองให้รับทราบเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็กด้วย
2. วิเคราะห์และจัดทำบันทึกข้อมูลของเด็ก ครูควรนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาวิเคราะห์ และจัดทำบันทึกข้อมูลของเด็ก ทั้งในลักษณะของบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคล และบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียน ดังนี้
2.1 บันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคล การทำบันทึกข้อมูลเด็กรายบุคคลจะช่วยให้ครูรู้จักความสามารถที่แท้จริงของเด็ก ทำให้ครูติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยให้ครูประเมินเด็กอย่างครอบคลุมทุกรายการประเมิน ครูที่ทำบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะสามารถช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็ก หรือให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะสม
2.2 บันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียน การทำบันทึกข้อมูลเด็กทั้งชั้นเรียนช่วยให้ครูรู้ว่าเด็กในห้องเรียนที่รับผิดชอบมีความสามารถหรือมีพัฒนาการในแต่ละด้านเป็นอย่างไร ส่งผลให้ครูสามารถออกแบบการจัดประสบการณ์ได้เหมาะสมกับเด็กในชั้นเรียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของเด็กทั้งชั้นเรียน การสรุปเช่นนี้ควรทำเป็นระยะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
ที่มา: นฤมล เนียมหอม . (2566 ).การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย, สืบค้นเมื่อ วันที่13 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2566.
กรณีศึกษา
ชื่อ – นามสกุลนักเรียน เด็กชายณัฐชา ไชยหาญ
ชั้น อนุบาลปีที่ 2/4 ชื่อผู้ปกครอง นาย จิรยุทธ ไชยหาญ มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น บิดา
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 093-2872538 Line……-………..Facebook…....-…………
ชื่อ บิดา นาย จิรยุทธ ไชยหาญ
ชื่อ มารดา นางสาวสุวรรณา อุค า ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 082-5895331 Line……...-………..Facebook………-.…………
1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต) -ตั้งอยู่ติดถนนลาดยาง บริเวณหน้าปากซอย ลักษณะบ้านเป็นปูนบ้านสองชั้น เป็นบ้านเช่า สองหลัง และห้องเช่าอีกสองห้อง
2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต) -ภายในบ้านมีความกว้างพอประมาณ มีเสื้อผ้าชุดราตรีที่ผู้ปกครองรับตัดชุด มีอุปกรณ์การ เย็บตัด เสื้อผ้า
3. บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) ท่าทีของผู้ปกครองขณะไปเยี่ยมบ้านเด็ก ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับนักศึกษาเป็น อย่างมากในการให้น้องร่วมกับนักศึกษา และผุ้ปกครองยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับนักศึกษา บรรยากาศโดยรวม เป็นกันเองและมีความอบอุ่นมาก
4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) -ดูแลเอาใจใส่ เข้าใจลูก ใช้ค าพูดที่อ่อนหวาน ดูอบอุ่น คอยให้ค าแนะนำ ให้ความรัก ความ ห่วงใย และใส่ใจในตัวของน้องไบร์ทเป็นอย่างมาก
5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) -รู้สึกดีต่อโรงเรียน ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านต่างๆ ทางโรงเรียนส่งเสริมสนับสนุน ในการใช้สื่อการสอนที่มีความหลากหลายดูได้จากผลงานของน้องไบร์ท จ านวนครูในการดูแลเด็กก็เพียงพอ
6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่านหนังสือ (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน) -มีความรับผิดชอบในการท าการบ้าน -ช่วยท างานบ้าน เช่น กวาดบ้าน ท างานบ้านช่วยผู้ปกครอง
7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและ นักเรียน) -ลักษณะเพื่อนบ้านของน้องไบร์ทมีเด็กที่มีอายุน้อยกว่า อยู่ห่างกันไม่มากนัก ไปเล่นบ้าน เพื่อนบ้างเพื่อนมาเล่นบ้านน้องไบร์ทบ้างสลับกันไป และมีน้องสตังที่ไปเล่นด้วยกันที่บ้านบ้าง
8. บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์) -ครอบครัวแยกย้ายกัน ตอนนี้น้องอาศัยอยู่กับย่า มีการพูดคุยกันมากขึ้น ทุกคนภายใน บ้านรักเอ็นดูห่วงใยน้องซีเกมรวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนน้องไบร์ทในทุกๆด้าน
9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้ค าปรึกษาร่วมด้วย) -หากิจกรรมที่เด็กชอบและถนัดมาให้ผู้ปกครองได้ทำร่วมกับตัวเด็ก คอยให้คำแนะนำและคอยส่งเสริมเด็ก ในกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติ
วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ทะเบียนคุมชิ้นงาน
คำชี้แจง
บันทึกรายการชิ้นงานที่ทำส่งทุกชิ้นในกรณีที่เจ้าของแฟ้มต้องการปรับปรุงผลงานให้บันทึกรายละเอียดของการปรับปรุงแก้ไขงานทุกชิ้นต้องผ่านการแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน
วันที่/เดือน /พ.ศ. | รายการส่งงาน | การปรับปรุง/ผลงานที่ชอบ |
1 มกราคม 67 | ชิ้นงานที่1 Portfolio | ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ออกเเบบที่เป็นสไตล์ที่ตนเองชื่นชอบและได้เล่าประวัติให้เพื่อนฟัง |
1 มกราคม 67 | ชิ้นงานที่ 2 ดอกไม้ในใจฉัน | ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้นำเสนอดอกไม้ที่ชื่นชอบของตนเองให้เพื่อนๆได้ร่วมเเลกเปลี่ยนรู้ด้วยกัน |
1 มกราคม 67 | ชิ้นงานที่ 3 เด้กน้อยในใจฉัน | ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้เลือกเด็กที่เป็นห่วงจากการลงสังเกตการสอนและได้นึกคิดถึงเด็ก |
29 มกราคม 67 | ชิ้นงานที่ 4 เรียนออนไลน์ | |
4 กุมภาพันธ์ 67 | ชิ้นงานที่ 5 แบบฝึกคิด | ชอบชิ้นงานนี้ เพราะได้เเสดงความคิดเห็นของตนเอง |
4 กุมภาพันธ์ 67 | ชิ้นงานที่ 6 สรุปการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาของเด็กปฐมวัยทั้ง 11 กลุ่ม | ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้สะท้อนคิดความรู้ที่ได้รับและเข้าร่วมกิจกรรมของเพื่อนๆ |
11 กุภาพันธ์ 67 | ชิ้นงานที่ 7 แบบฝึกหัด : เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย | ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ฝึกประเมินเด็กๆ |
11 กุมภาพันธ์ 67 | ชิ้นงานที่ 8 สรุปเทคนิคการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย | |
11 กุมภาพันธ์ 67 | ชิ้นงานที่ 9 กลุ่มที่ 6 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม : การเล่นของเด็กปฐมวัย | ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ทำงานกันเป็นทีม ช่วยกันแก้ปัญหาทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี |
11 กุมภาพันธ์ 67 | ชิ้นงานที่ 10 การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย | ชอบชิ้นงานนี้เพราะได้ออกแบบชิ้นงานการเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมและออกแบบการแจ้งเนื้อหาผู้ปกครอง |
12 กุมภาพันธ์ 67 | ชิ้นงานที่ 11 เด็กกรณีศึกษา | ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ศึกษาและร่วมมือกันกับครูพี่เลี้ยง |
กลุ่ม6 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม:การเล่นของเด็กปฐมวัย
กลุ่มที่6 การประเมินพัฒนาทางด้านสังคม:การเล่นของเด็กปฐมวัย
-
แนวทางการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริงมีแนวทางดังต่อไปน...




















.png)













